Loading...

ด่วน!! การขอ "อโหสิกรรม" จากการ "ทำแท้ง" แชร์ได้บุญ ( แชร์ 1 เท่ากับ ธรรมทาน 1 )


      สิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ แต่สามารถทำปัจจุบันให้ดีกว่าเดิมและไม่กลับไปทำซ้ำอีก วันนี้ ZAPVER555 เลยขอนำการขออโหสิกรรมจากการทำแท้ง ให้หนักเป็นเบา

      มีวิธีเดียวที่ทำได้คือวิธีนี้ จบหมด ตัดขาดจากกันนับบัดนี้ เด็กมันจะได้ไปเกิด(รอสิ้นอายุขัย) แล้วทุกอย่างจะเบาบาง คนที่เคยทำกรรมดังกล่าวมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ กรรมนั้นย่อมติดตัวเสมอ. ที่ช่วยคือช่วยเด็กให้จิตวิญญาณนั้นได้มีโอกาสได้อโหสิกรรมให้เรา
คนที่ทำกรรมนี้ ชีวิตจะเป็นดังนี้
  1. เจ็บป่วยจนตาย
  2. ชีวิตดิ่งลง ไม่มีวันได้ดี
  3. หนักตัว
  4. อยู่กับใครไม่ได้นาน
  5. จะมีแต่ปัญหาในชีวิต
  6. ทำอะไรไม่ขึ้น
  7. ตราบาปติดหน้า
  8. ราศีไม่จับ
  9. ตายไม่สวย


วิธีขออโหสิกรรม/ขอขมากรรม
  1. ให้ไปซื้อตุ๊กตาเล็กๆ มาสองตัว หญิงหนึ่งชายหนึ่งให้สมมุติเป็นตัวเขา เพราะตอนทำแท้งตัวเขาไม่มีรูปกาย ให้สมมุติเป็นหญิงตัว ชายตัว เนื่องจากเราไม่รู้ว่าลูกในท้องเป็นเพศอะไร เราจึงทำให้ทั้งสองเพศโดยให้ตั้งชื่อเค้าและใส่นามสกุลของเราเขียนติดที่ตุ๊กตาทั้งสอง
  2. ให้ใช้นม 6 กล่อง คืออายตนะทั้งหมด หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ และนมจะเป็นนมวัวแดง ก็ได้ จากนั้นให้นำเงินใส่ในกล่องนั้น กล่องละ 50 บาท แทนขันธ์ 5 ดอกไม้ ธูป เทียน 1 ชุดสังฆทานเครื่องซักล้างต่างๆ เช่น สบู่ แฟ๊ป น้ำยาล้างจาน ยาสีฟัน น้ำยาล้างห้องน้ำฯลฯ เป็นการล้างมลทิน ข้อขัดข้องที่ติดอยู่ในใจ เป็นการชำระล้างให้สะอาด
  3. พริกแห้ง เกลือ ข้าวสารสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ทางโลกวิญญาณ เพราะเป็นของที่มีค่าทางโลกวิญญาณ เสมือนเงินทอง สังเกตได้จากสมัยก่อนเค้าเผาพริก เผาเกลือ เพื่อ สาบแช่ง เป็นเสมือนการจ้างผีให้ไปทำร้ายคน
  4. ร่ม 2 คัน, ร้องเท้า 2 คู่, เสื้อผ้าผู้หญิง 1 ชุด (เสื้อ+ผ้าถุง), เสื้อผ้าผู้ชาย 1 ชุด(เสื้อ+ผ้าขาวม้า) ความหมายว่าให้เค้ามีร้องเท้าใส่ มีเสื้อใส่ มีร่มใช้ เพื่อการเดินทางสู่สัมปรายภพรอการมาเกิดใหม่อีกรอบ
  5. ปัจจัย 4 ซอง หรือตามจำนวนพระ ที่เราจะกระทำสังฆทานอุทิศจะใส่เท่าไร่ก็ได้
  6. ให้จัดเตรียมสำรับกับข้าว อาหารคาวหวาน โดยที่เป็นอาหารเราชอบ 6 อย่าง พร้อมข้าว ไปถวายพระ 1 ชุด กะให้พอ ต่อจำนวนพระทีจะถวาย อีก ชุด 1 สำรับทำเป็น ภาเวร หรือ แต่งภาข้าวน้อย
       หรือเราเตรียมอีกทำเป็นกระธง และใส่ลงไป เสมือนการอุทิศ เป็นสังฆแทน ให้เอาไปวางใต้ต้นไม้และเรียกเค้ามากิน มารับรู้ว่าเราอุทิศให้ ก่อน จะยกไปวางใต้ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่งให้ไปหาพระนั้น
ให้ยกยปกาพระองค์ที่เป็นหัวหน้หวือ อาวุโสสุด ในที่นั้น หยาดน้ำ กรือกรวดร้ำใส่ใน สำรับ ภาเวร ให้ถ้าเราไม่รู้พรรษาพระ หรือ พระอายุไม่ถึง พรรษา 5 ให้ใช้พระทั้งหมด 4 รูปขึ้นไป
เพราะพระที่ทำควรมีพรรษามากกว่า 5 พรรษา เพราะมีนัยยะว่า พระทีมีพรรษา 5 พรรษา สามารถปกครองตัวเองได้ และเค้าจะรู้วินัย รู้สิขาบท คือสามารถตัดสินใจทำพิธี ต่างๆได้



 โดยไม่ต้องปรึกษา กรรมวาจาจารย์ และ อนุสาวนาจารย์ หากมีพรรษาไม่ถึง 5 ควรใช้พระ 4 รูป เค้าจะสวดอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์ ซึ่งเป็นธรรมหมวดที่พระพุทธเจ้า เลือกคัดสรรแล้วว่าเป็นธรรมที่ประประเสริฐที่สุด ควรคู่กับการโปรดพระมารดา เทวะบุตร บนสวรรค์ จะว่าด้วย บทที่ว่า กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมาฯลฯ
และสุดท้ายให้จบท้ายด้วย เหตุปัจจะโย ซึ่งสำคัญ เนื่องจาก สิ่งทั้งหลายมีเหตุ มีปัจจัยมาปรุงแต่ง ให้เป็นไปตามปัจจัย จะทำให้จิตวิญญาณแรงอาฆาตของลูก จะอ่อนลง และพระจะชักชัก บังสุกุลตายก่อน จะขึ้นว่า ขั้นตอนการพิธีเราจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ยป หาพระก็พร้อม เอาของตามข้อ 1 2 3 4 5 ใส่ภาชนะใหญ่พอควร หรือจะเป็น กาละมัง ให้มีดอกไม้ใบไม้อนู่ข้างบน เอาเชือก หรือสายสินธุ์ วางพาดตุุกตาและของทั้งหมด โดย โยงไปให้พระ ทุกรูป ชัก อนิจา

โดยลำดับสวดดังนี้
  1. นามะรูปัง(ชื่อ…..) อนิจาวะตะลังขารา ฯลฯ
  2. นะโม ฯลฯ
  3. กุสลาธัมมา ฯลฯ
  4. เหตุปัจจะโย

พอจบก็ถวายสำรับอาการกับข้าวพร้อมทั้งเครื่องบริวารต่างๆ
          ซึ่งเป็นบทที่บังคับตามถูกต้องตามกฏของพุทธธรรมและวิญญาณจะยอมตาย เมื่อยอมตายแล้วก็จะเป็นไปตามวัฎจักร แล้ววิญญาณจะยอมไปแต่โดยดี ซึ่งเป็นการแก้เหตุให้ถูกจุด เมื่อถวายภัตตาหารแล้ว

          ก็จะให้พรดรวดน้ำ มี ยถาลัพพีไปจนจบและจะต่อด้วย “อะยัญจะ โข ทักขิณา ทินนา”และว่าเรื่อยๆถึง “เปตานะ ปูชา”
ช่วงนี้ให้เรานึกถึงเขาถึงลูกที่เราไม่เคยนึกถึงเรียกชื่อตามที่เราตั่งให้ ซึ่งหมายถึงปูชาแด่ ชื่อลูกชื่อ น้อง1… น้อง2…

และสวดต่อจนจบพิธี คืออุทิศส่วนเค้าไปภพหน้า เมื่อจบพิธีแล้วจะมีสำรับอีกชุดหนึ่งที่เราเตรียมไว้ เรายกขึ้นแล้วว่า

“ อิมานิอิมัง โภชนะ ภาชะนัง อุทะกัง ถะเปคะวา น้องหนึ่ง น้องสอง โหมิ
ทุติยัมปิ อิมานิอิมัง โภชนะ ภาชะนัง อุทะกังถะเปตะวา น้องหนึ่ง น้องสอง โหมิ
ตะติยัมปิ อิมานิอิมัง โภชนะ ภาชะนัง อุทะกังถะเปตะวา น้องหนึ่ง น้องสอง โหมิ”
และพระจะหยิบน้ำมากรวดใส่ในสำรับนั้น ว่า
“อิทังเมญาตินังโหตุ สุขิตาโหตุ ญาตโย ”

          และสวดจบ เราก็ยกไปวางใต้ต้นไม้ให้เราทำธูปเทียนไปปักที่กับข้าว จุดและฝังที่ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่ง เป็นการจุด เรียกจิตเค้ามา ให้รับรู้ เขาจะรับรู้หรือไม่รับรู้ก็ตาม เป็นการทำบุญอุทิศ แล้วเราจะพูดขอโทษขออภัยหรือจะบอกกล่าวสั่งเสียอะไรเราก็จะพูดอธิถานเอาตอนนี้

แล้วตุ๊กตา นั้นเอาไ่ปเผา เสร็จแล้วเราก็กรวดน้ำให้ เป็นการฌาปนกิจเป็นให้เขาตามสมมุติโลกนิยมเป็นเสร็จพิธี

          แล้วจะไปปล่อยปลา อีกต่อหนึ่งก็ ยิ่งดีเป็นเป็นการให้ชีวิต เพราะคนที่จะมาเกิดเป็นลูกจะต้องมีบุญวาสนาต่อกัน ในอดีตชาติ อย่างน้อยก็เป็นการกระทำที่ทำได้ให้เขาเป็นสุข ให้ใจเราเป็นสุข ตามแบบ ศาสนาพิธีนิยม

“คนทุกคนมีการทำผิด คนทุกคนมีการทำพลาด แต่ในเมื่อทำผิดพลาดแล้ว ก็ควรแก้ให้ถูกจุด ปัญหาก็เบาบางลง”












ขอบคุณข้อมูล bangkoklike
เรียบเรียง ZAPVER555
Share on Google Plus

About ZAPVER 555

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.
Loading...