Loading...
Loading...

เหลือเชื่อจริงๆ 5 ตัวละครในเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" ที่มี "ตัวตนจริง" ในประวัติศาสตร์


      กระแสมาแรงแบบไม่หยุดพักเลยทีเดียวสำหรับละครเรื่องบุพเพสันนิวาสที่นำแสดงโดยเบลล่า ราณี แคมเปญ และ โป๊ป ธนวรรธน์ จนทำเอาติดเทรนด์ทวิตอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว และยังดังไกลไปยังเพื่อนบ้านอีกต่างหาก แต่รู้ไหมว่าในละครนั้นมีตัวละครที่มีจริงในประวัติศาสตร์อีกด้วย


หมื่นสุนทรเทวา/ขุนศรีวิสารวาจา หรือ คุณพี่เดช แสดงโดย โป๊ป ธนวรรธน์

ขุนศรีวิสารวาจา ขุนนางไทยในสมัย กรุงศรีอยุธยา ช่วงรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งประวัติของขุนนางผู้นี้มีน้อยมากมีปรากฎในประชุมพงศาวดารภาคที่ 34 เพียงแค่ 2-3 บรรทัดว่าขุนศรีวิสารวาจามีอายุประมาณ 25-30 ปีมีบิดาเป็นขุนนางในราชสำนักเช่นกันซึ่งบิดาของขุนศรีวิสารวาจาเคยเป็นทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับโปรตุเกสส่วนตัวของขุนศรีวิสารวาจาเองเคยเป็นทูตไปเจริญสัมพันธไมตรีกับเมืองโมกัลหรือประเทศอินเดียในปัจจุบันซึ่งขณะนั้นอยู่ในยุค ราชวงศ์โมกุล 


โดยขุนศรีวิสารวาจาได้เป็นตรีทูตเดินทางไปยังฝรั่งเศสพร้อมกับ เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เมื่อครั้งเป็นพระวิสูตรสุนทรซึ่งเป็นราชทูตและหลวงกัลยาราชไมตรีซึ่งเป็นอุปทูตเมื่อ พ.ศ. 2228 เพื่อเจริญทางพระราชไมตรีกับราชสำนักของ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อเดินทางกลับมายังอยุธยาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นแต่หลังจากนั้นเรื่องราวของขุนศรีวิสารวาจาก็ไม่มีปรากฎอีกเลย


ออกญาโหราธิบดี/พระโหราธิบดี แสดงโดย นิรุตติ์ ศิริจรรยา

พระโหราธิบดี เป็นบุคคลสำคัญท่านหนึ่งในวงการแต่งหนังสือในสมัยพระนารายณ์มหาราช สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่า พระโหราธิบดีเป็นชาวเมืองพิจิตร นับถือกันว่าทำนายแม่นยำ เคยทายจำนวนหนู ที่พระเจ้าปราสาททองครอบไว้อย่างถูกต้อง 


และเคยทายว่าไฟจะไหม้ในพระราชวังในสามวัน พระเจ้าปราสาททองทรงเชื่อจึงเสด็จไปอยู่นอกวัง และปรากฏเป็นจริงดังทำนาย เกิดฟ้าผ่าถูกหลังคาพระมหาปราสาท เกิดไฟไหม้ลามไปเป็นอันมาจริง ๆ กล่าวว่าพระโหราธิบดีคงถึงแก่อนิจกรรมตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2223 เป็นผู้นิพนธ์ "หนังสือจินดามณี" ในปี พ.ศ.2215 ซึ่งเป็นหนังสือแบบเรียนเล่มแรกของไทย


ศรีปราชญ์ แสดงโดย ดรีม-ณฐณพ ชื่นหิรัญ

ศรีปราชญ์ เป็นกวีเอกคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นบุตรของพระโหราธิบดี เข้ารับราชการตั้งแต่อายุ 9 ขวบ หลังแต่นั้นมาจึงกลายเป็นกวีเอกของพระนารายณ์มหาราช แต่สุดท้ายด้วยความสามารถของตน ทำให้ผู้คิดปองร้าย ใส่ร้ายศรีปราชญ์ จนถูกสั่งประหารชีวิตในที่สุด


ในขณะที่ถูกประหารนั้นศรีปราชญ์มีอายุประมาณ 30 หรือ 35 ปี ได้ข่าวการประหารศรีปราชญ์ แพร่ไปถึงพระกรรณของสมเด็จพระนารายณ์ผู้ซึ่งใคร่จะเรียกตัวศรีปราชญ์มาใช้งานในเมืองหลวงพระองค์ทรงพระพิโรธเจ้าเมืองนคร ฯ ผู้ซึ่งกระทำการโดยปราศจากความเห็นชอบของพระองค์ และเมื่อพระองค์ได้ทราบถึงโคลงบทสุดท้ายของศรีปราชญ์จึงมีพระบรมราชโองการให้นำเอาดาบที่เจ้าพระยานคร ฯ ใช้ประหารศรีปราชญ์แล้วนั้นนำมาประหารชีวิตเจ้านครศรีธรรมราช ให้ตายตกไปตามกัน สมดังคำที่ศรีปราชญ์เขียนไว้เป็นโคลงบทสุดท้ายก่อนสิ้นชีวิตว่า "ดาบนี้คืนสนอง"


ออกญาวิชเยนทร์ / คอนสแตนติน ฟอลคอน แสดงโดย หลุยส์ สก๊อต

พ.ศ. 2218 เดินทางมายังอยุธยาในฐานะพ่อค้า เนื่องจากฟอลคอนมีความสามารถพิเศษในการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศอย่างง่ายดาย ฟอลคอนจึงเรียนรู้การใช้ภาษาไทยอย่างคล่องแคล่วในเวลาไม่กี่ปีและเข้ารับราชการในราชสำนักสมเด็จพระนารายณ์มหาราชในตำแหน่งล่าม นับเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่เข้ามารับราชการในสมัยอยุธยา เป็นตัวกลางการค้าระหว่างอยุธยากับฝรั่งเศส ฟอลคอนได้กลายมาเป็นสมุหเสนาในสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยาในเวลาอันรวดเร็ว


พระเพทราชา เมื่อกุมอำนาจการสำเร็จราชการแผ่นดินแล้ว ก็จับกุมเจ้าพระยาวิชเยนทร์และผู้ติดตามรวมถึงราชนิกุลองค์ต่าง ๆ และนำไปประหารชีวิตในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2231 ในวัยเพียง 40 ปี เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงทราบถึงเหตุดังกล่าว พระองค์ทรงกริ้วมาก แต่ไม่มีพระวรกายแข็งแรงเพียงพอที่จะทำการใด ๆ และเสด็จสวรรคตในอีกไม่กี่วันต่อมา บรรดาขุนนางได้อัญเชิญ พระเพทราชา ขึ้นครองราชย์โดยการปราบดาภิเษก ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาบุรุษวิสุทธิเดชอุดม หรือ สมเด็จพระเพทราชา และปกครองโดยมีนโยบายต่อต้านชาวต่างชาติ ส่งผลให้เกิดการขับไล่ชาวต่างชาติแทบทั้งหมดออกจากราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา


ตองกีมาร์ /ท้าวทองกีบม้า แสดงโดย ซูซี่ สุษิรา

ท้าวทองกีบม้า มีชื่อตัวว่า มารีอา กูโยมาร์ เด ปิญญา (Maria Guyomar de Pinha) แต่มักเป็นที่รู้จักในชื่อ มารี กีมาร์ พ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 - พ.ศ. 2265) เป็นสุภาพสตรีช่วงกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภรรยาของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขุนนางกรีกที่ทำราชการในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช


เธอมีชื่อเสียงจากการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสทในราชสำนัก ตำแหน่ง "ท้าวทองกีบม้า" ว่ากันว่านางได้ประดิษฐ์ขนมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารโปรตุเกส อาทิ ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, ทองม้วน และหม้อแกง จนได้สมญาว่าเป็น "ราชินีแห่งขนมไทย" แต่ก็มีกระแสคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่า ขนมโปรตุเกสเหล่านี้แพร่หลายมาพร้อมกับกลุ่มชนเชื้อสายโปรตุเกสที่เข้ามาพำนักในกรุงศรีอยุธยามากว่า 150 ปีก่อนที่นางจะเกิดเสียอีก เรื่องที่นางดัดแปลงขนมไทยจากตำรับโปรตุเกสเป็นคนแรกเห็นจะผิดไป



เรียบเรียง ZAPVER555






Share on Google Plus

About ZAPVER 555

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.
Loading...