Loading...
Loading...

"ชาวสวน" ห้ามพลาด ปลูกวนิลลา รายได้ดี กิโลละ 18,000 บาท ตอนนี้ขาดตลาดทั่วโลก


      ต้องบอกเลยว่าวนิลลาเป็นส่วนผสมที่หลายคนหรือแม้กระทั่งโรงงานอุตสาหกรรมทำขนมขนาดใหญ่นิยมใช้ แต่รู้หรือไม่ว่าวนิลลามักมีปัญหาขาดตลาดอยู่บ่อยครั้ง และราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางประเทศต้องประกาศหยุดทำขนมหรือไอศครีมที่มีรสวนิลลาอยู่เป็นประจำ วันนี้ ZAPVER555 จะพาทุกคนไปดูกันว่ามีวิธีปลูกยังไง


มาดากัสการ์เป็นเพียงประเทศเดียวที่มีการปลูกวนิลลาร้อยละ 80 ของประเทศ โดยเจ้าของร้านไอศครีมยืนยันว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ราคาวานิลลาพุ่งสูงขึ้นจาก 60 ดอลลาร์ (1,800 บาท) ต่อกิโลกรัม เป็น 18,000 บาท หรือสูงขึ้นถึง 10 เท่า


พื้นที่ปลูก 
ควรลาดเอียงเล็กน้อย น้ำไม่ท่วมขัง ชอบดินค่อนข้างร่วนซุย ระบายน้ำดี มีชั้นอินทรีย์วัตถุหนา การเตรียมกิ่งพันธุ์ 1 ตัดเถาของลำต้นจากต้นแม่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยตัดส่วนที่อยู่เหนือพื้นดิน 20 - 25 เซนติเมตร 2 กิ่งพันธุ์ควรยาวประมาณ 90 - 100 เซนติเมตร ซึ่งจะให้ผลผลิตในเวลา 2 ปี หลังจากปลูก หรืออาจใช้กิ่งพันธุ์ที่มีความยาว 30 เซนติเมตร แต่จะให้ผลผลิตช้าประมาณ 3 - 4 ปี หลังจากปลูก 3 นำกิ่งพันธุ์ที่ได้มาริดใบที่บริเวณ 2 - 3 ข้อล่างออก แล้วนำไปชำในทรายก่อน หรือปลูกลงในแปลงเลยก็ได้


การเตรียมเสาค้าง

อาจใช้ค้างไม้ตายหรือค้างไม้ที่มีชีวิตก็ได้ ควรให้มีความสูงประมาณ 2 - 3 เมตร ค้างไม้มีชีวิตที่นิยม คือ แคฝรั่ง - ควรปลูกพืชร่มเงาและค้างมีชีวิตล่วงหน้าก่อนปลูกวนิลา 1 ปี - ไม่ควรใช้ค้างที่สูงเกินกว่า 2 - 3 เมตร เพราะอาจทำให้ไม่สะดวกในการผสมเกสรหรือเก็บเกี่ยว


การปลูก
  1. เตรียมหลุมปลูกขนาด 10 - 15 x 10 - 15เซนติเมตร ปลูกได้ 2 - 3 กิ่ง ใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองก้นหลุม
  2. ระยะปลูก 3 x 3 เมตร ถ้าปลูกในบริเวณที่มีลมพัดแรง ใช้ระยะปลูก 1.2 x 2.5 เมตร หรือ 1.5 x 3 เมตร 
  3. ปลูกใกล้โคนไม้ค้าง ส่วนที่โผล่พ้นผิวดินให้ผูกยึดติดไว้กับหลักโดยใช้เชือกกล้วย 
  4. ถ้ากิ่งพันธุ์สั้น เมื่อปักชำควรให้ข้อโผล่พ้นผิวดินไม่เกิน 2 ข้อ 
  5. หลังปลูก 1 เดือน จะมีใบใหม่งอกออกมาที่ยอดกิ่งพันธุ์และเริ่มเกาะกับไม้ค้าง 

การดูแลรักษา 
  1. พรวนดินและกำจัดวัชพืชบริเวณโคนต้น พูนโคนเพื่อป้องกันน้ำขัง 
  2. คลุมดินให้เป็นประจำเพื่อป้องกันรากลอย 
  3. เมื่อเถายาวพอสมควร จัดเถาให้ไต่ตามค้าง 
  4. ทำการตัดแต่งทุกปีในช่วงก่อนฤดูออกดอก โดยตัดปลายเถาทิ้งประมาณ 7.5 - 10 เซนติเมตร เพื่อกระตุ้นให้เกิดตาดอกที่มุมใบ และตัดแต่งกิ่งที่แก่ แห้ง และไม่สมบูรณ์ทิ้ง 
  5. ให้ปุ๋ยคอกปีละครั้ง อัตรา 10 - 20 กิโลกรัม / ปี 
  6. ให้ปุ๋ยเคมี 2 ครั้ง ในช่วงต้นฝนและปลายฝน การผสมเกสรดอกวนิลา 
  7. ใช้เข็มหรือไม้ปลายแหลมกดส่วนลาเบลลัมลงไปจรดฐานดอก 
  8. ใช้ไม้สอดเข้าไปได้แผ่นโรสเทลลัม ดันแผ่นโรสเทลลัมขึ้นไปจรดฐานอับละอองเรณู จะเห็นยอดเกสรตัวเมียอย่างชัดเจน 
  9. ประคองอับละอองเรณูไว้ด้วยนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ของมือซ้าย จับกดลงแตะลงบนยอดเกสรตัวเมีย 
  10. หลังจากผสมเกสรเสร็จแล้ว ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือซ้ายดึงเอาลาเบลลัมออก 

โรคและแมลง 
  1. โรคเน่าดำ เกิดจากเชื้อราในดิน คือ Phytophthora palmivora เข้าทำลายบริเวณรากอ่อนแล้วลุกลามไปสู่ใบและยอด ทำให้ลำต้นเป็นสีเหลือง จากนั้นเน่าเป็นสีดำ และแห้งตายในที่สุด ป้องกันกำจัดโดยราดด้วยสารเคมีริโดมิน (metalaxy) 20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร และกันเบิน ( benalaxyl ) 15 กรัม / น้ำ 20 ลิตร 
  2. เพลี้ยกระโดด ทำลายใบและยอดวนิลา 
การเก็บเกี่ยว 
  1. เก็บเกี่ยวฝักวนิลาหลังจากออกดอกประมาณ 7 - 9 เดือน 
  2. เก็บเกี่ยวเมื่อฝักแก่เต็มที่และเริ่มสุก สังเกตจากปลายฝักเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง หรือลักษณะผิวฝักเปลี่ยนจากมันเป็นด้าน 
  3. เก็บโดยใช้มีตัดหรือมือปลิด 
  4. ต้นวนิลาจะให้ผลผลิตสูงถึงปีที่ 7 แต่ถ้ามีการดูแลรักษาดีจะให้ผลผลิตมากกว่า 7 ปีขึ้นไป


ขอบคุณข้อมูล voicetv kasetbay
เรียบเรียง ZAPVER555
Share on Google Plus

About ZAPVER 555

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.
Loading...